ARCH's profile4IIVM. : I Don'T HavE Mu...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 31 g6pd [New Allbum].....180907"Grand Murder"
เรื่องราวของ GRAND MURDER
ตอนนี้อัลบั้มเต็มชุดใหม่ของ G6PD ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในอัลบั้มใหม่พวกเขาได้มีการพัฒนาแนวทางดนตรีให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งความเข้มข้นของเรื่องราว แนวคิดในอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งอัลบั้มใหม่ของวงจะวางในวันที่ 09-09-07 นี้ โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า "Grand Murder" ลองมาฟังความเห็นจากนักร้องนำของวงเกี่ยวกับอัลบั้มนี้กัน แนวทางของวง เนื้อหาเพลง ดนตรี ที่ชัดเจน เฉียบคมขึ้นน่ะ ส่วนกระดูกข้างในมันเป็นกระดูกของปลาฉลามหัวค้อนว่ะ5555+ June 22 dsk_upThe Story of Power Metal
Power in Mid May 11 [New Allbum]
April 11 RetrorianRetrospect : Unleashed
Biography : วง Retrospect เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกลางปี 2001 โดยมีพี่บิ๊ก(มือกีตาร์คนเก่า)ซึ่งเป็นพี่ชายของมือเบสเป็นแกนหลักด้วยการทำเพลง โดยเสนอเป็นแนว Industrial Metal และมีแน็ปเป็นผู้เขียนกลองโปรแกรมและบันทึกเสียง หลังจากนั้นก็ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คนคือบอม(มือเบส)ซึ่งมีเพื่อนที่เล่นดนตรีมาด้วยกันมาอยู่แล้วคือน๊อต(มือกีตาร)์จึงชักชวนน๊อตมาร่วมวงด้ วย วงชุดแรกก็จึงมี แน็ป(ตีกลอง-ร้องนำ) บิ๊ก(กีตาร์) บอม(เบส) และน๊อต(กีตาร์) ดนตรีของRetrospectช่วงแรกจะออกเป็นดนตรีที่หยาบกระด้าง ดิบและรุนแรงออกไปประมาณ Death* ผสมกับThrash Metal* พวกเขาเริ่มเล่นตามงานเล็ก ๆ ต่าง ๆ ได้สักพัก จึงคิดว่าแน็ปน่าจะมาร้องอย่างเดียว แล้วหามือกลองเพิ่มสักคน มีผู้มาออดิชั่นมากมายหลายคน แต่ก็ไม่มีใครที่มีมุมมองเหมือนกับพวกเขาเลย และแล้ววันหนึ่งแน็ปก็ได้มาเจอกับเพื่อนสมัยประถม ชื่อเบิร์ดซึ่งทราบมาว่าตีกลองอยู่ และเคยประกวดที่ต่าง ๆมาจึงชวนให้มาลองออดิชั่นดู ปรากฎว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี วง Retrospect จึงถือกำเนิดขึ้น ต่อมามือกีตาร์ผู้ก่อตั้งวง(พี่บิ๊ก)จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงทำให้Retr opecเหลือสมาชิกเพียง 4 คน กลางปี 2003 Retrospect ได้ออก e.p ชุดแรก โดยการชักชวน และแนะนำจาก นายสยาม ชุมทอง (พี่ต้น Dezember) โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า E.P For Your Ears Onlyโดยทางวงแต่งเนื้อร้องและทำนองและเรียบเรียงตลอดจนการบันทึกเสียงการออกแบบปก แผ่นซีดี หรือแม้แต่การสกรีนแผ่นเองเป็นจำนวน 150 แผ่น เริ่มวางขายครั้งแรกที่งาน Territory Metal Fest ซึ่งได้นำพาวงมาพบกับวง Bikini เขาคุยกันถึงแนวอุดมการณ์และมุมมองที่เหมือน ๆ กัน จึงคิดที่จะตั้งกลุ่มเพื่อที่จะรวมแนวเพลงคล้ายๆพวกเขาขึ้นมานี่คือที่มาของ Screamlab มาจากวงดนตรีทั้งหมด 4 วงด้วยกัน ประกอบไปด้วย (Bikini,Retrospect,Housetrap,Sweet Mullet) ปลายปี 2003 Retrospect ถูกชักชวนให้ไปเล่นคอนเสิร์ตในงาน Fat Festival ครั้งที่ 2 ทางวงจึงคิดที่จะปั๊มแผ่นไปขายเพิ่มจากที่หมดไปแล้วและได้เพิ่มเพลงพิเศษเข้าไปอีกหนึ่งเพลง ใช้ชื่อว่า E.P For Your Ears Anytime เป็นจำนวนอีก 150 แผ่น ระหว่างที่ทางวงออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตในที่ต่าง ๆ และขายแผ่น e.p ไปเรื่อย ๆ ก็ได้มีค่ายเพลงมาทาบทามให้ไปร่วมเซ็นสัญญาอยู่บ้าง โดยมีข้อแม้ว่าเราอาจจะต้องลดความดุดัน และความรุนแรงลงซึ่งพวกเขาคิดว่าหากเป็นเช่นนั้น Retrospect คงไม่ใช่ Retrospect พวกเขาจึงตั้งหน้าตั้งตาทำเพลงและทัวร์คอนเสิร์ตต่อไป จนวันหนึ่งพวกเขาได้พบกับพี่โน่(โปรดิวเซอร์)โดยการแนะนำของพี่เต๋า(นักร้อง Sweet Mullet)โดยพี่โน่เสนอว่าทางค่ายจีนี่ เร็คคอร์ด กำลังต้องการดนตรีที่หนักหน่วงอย่างเช่นดนตรีของพวกเขาอยู่พอดี Retrospect จึงเริ่มทำDemoเพื่อไปส่งให้พี่โน่ได้นำไปเสนอต่อทางค่าย Retrospect ได้เซ็นสัญญากับ จีนี่ เร็คคอร์ด ในเครือแกรมมี่ เมื่อต้นปี 2004 " Retrospect นำเสนอบทเพลงในคอนเซ็ปต์ที่ว่า " ดนตรีที่หนักหน่วงแบบMetal บวกกับ Melody ที่อ่อนหวานแบบ Emo" จากเพลงที่เคยดิบ เถื่อน ผ่านการขัดเกลาด้วยกาลเวลาทำให้มุมมองและความคิดของวงกว้างขึ้นจนมาเป็นแนวเพลงแบบ Retrospect ในทุกวันนี้ lyrics Jingle : ปล่อยฉัน Intro:Bb/C/Dm7/F (2 Times) Bb C Dm7 F ค่ำคืนนี้มืดลงและตัวฉัน ยังคงนึกถึงวันเก่าๆ Bb C Dm7 F ภาพฝันที่เราได้ผูกพันแต่ฉันรู้ดี มันคงไม่มีหนทาง ดนตรี:Bb/C/Dm7/F Bb C Dm7 F เริ่มรักก็เหมือนใจจะอ่อนแรงฉัน... ฉันรู้ว่าเราต่างกัน Bb C Dm7 F ได้โปรดอย่าลดตัวมายืนข้างฉัน เมื่อเธอนั้นยืนอยู่บนฟ้า Bb C Dm7 F *ปล่อยให้ฉันตายลงอยู่ตรงนี้ บอกฉันบอกจะย้ำเธออีกที Bb C Dm7 F ว่าเราสองคนไม่อาจจะหนีความจริง จงทิ้งมันไปข้างหลัง ดนตรี:Bb/C/Dm7/F Bb C Dm7 F ปล่อยให้หัวใจมันอ่อนแรงฉัน... เมื่อเหลือเพียงความเงียบงัน Bb C Dm7 F ปล่อยให้น้ำตามาเป็นเพื่อนฉัน ให้มันหายออกไปจากหัวใจ ( ซ้ำ * ) Solo:Bb/C (4 Times) Dm7 (4 Times) Bb C Dm7 F ปล่อยให้ฉันตาย ปล่อยให้ฉันตาย ให้ความรักเป็นเพียงฝันไป Bb C Dm7 F ปล่อยให้ฉันตาย ปล่อยให้ฉันตาย จงปล่อยฉัน... ( ซ้ำ *,* ) Outro:Bb/C (4 Times) Description: เวอร์ชั่นออนแอร์ พร้อมวางแผงพร้อมกันทั่วประเทศ 27 เมษายน 2550 พิเศษ : CD Retrorian Edition รับในวันที่ 25 เมษายนที่ตึก GMM ชั้น 33 แจ้งเพื่อทราบโดยทั่วกัน
April 03 นิยามแนวเพลงในสมองของผมEmocore February 01 หมดจะบรรยาย...น่ะØ เปิดประตูหัวใจของคุณซิ
December 09 ผีๆ !!!- - - 12 เรื่องผีๆแถวมหาวิทยาลัย - - -
เรื่องที่ 1 : ป๊อก ครืด เรื่องผีอันดับหนึ่งของ มหาลัย... ในแง่ของความเศร้า ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัดแต่สถานที่เกิดคือ หอหญิง ในสมัยที่มหาลัย ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรังถนนหน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืด ไม่มีแสงไฟ เรื่องเกิดกับ นักศึกษาสาว คู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3ของหอ ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่านักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมาฝากเพื่อนคนที่ไม่สบายก็บอกว่า ยังไงฝากซื้อลาดหน้า (หรือผัดไทซักอย่างที่เป็นเส้นๆ) มาให้ทีละกันกินแล้วจะได้กินยาเมทคนนั้นก็บอกว่าได้เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้องคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่ออ่านได้ซักพักก็ไม่ไหว เพราะไข้ขึ้น จึงนอนตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลืออยู่ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว เพื่อนทำไมยังไม่กลับมาซะทีตกดึก ฝนเริ่มตก นักศึกษาคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อในใจเป็นห่วงเพื่อนเพราะออกไปนานมากยังไม่กลับ ซักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่าง จากทางบันได ”ป๊อก…………ป๊อก…..ป๊อก………ป๊อก…….” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามาจากทางบันได ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป “ครื……..ด……..ครื………..ด…….ค..รื…ด” เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ ได้อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อลาดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อลาดหน้า ก็งง แล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมา หรือติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้ แต่ทำไมต้องเอามาแขวนไม่รอเจอกันก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใคร แล้วทำไมเดินเร็วจัง มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได...คิดต่างๆนา แต่แล้วก็แกะห่อลาดหน้าออกทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็ม่อยหลับไป รุ่งเช้า…………….มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืนตรงพงหญ้าข้างทางคาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหักอาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด(ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพะยอม) หลังจากทานข้าวเสร็จทุกทีจะไปกับเพื่อน> แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อคนร้ายอาจเห็นว่าเป็นคนเดียวจึงลงมือแล้วลาดหน้าเมื่อคืนล่ะ?ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด แต่จากที่ฟังกันมาคือหลังจากที่ตายไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเพราะว่าไม่สบาย และยังหิว นำห่อลาดหน้าที่ซื้อมาฝากไปส่งให้แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก ขาหัก หมดแล้วลักษณะที่เขาเล่ามาคือพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุงแล้วใชคางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา เป็นเสียง“ป๊อก ป๊อก” เสียง “ครืด”ที่ได้ยินคือเสียงลากตัวเองจากบันได มาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง….ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่าแต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆห้องยืนยันว่าในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนักและลากของหนักจากข้างล่างขึ้นมาแล้วทุกคนต่างเชื่อสนิทใจ…..มิตรภาพอยู่เหนือความตาย…. เรื่องที่ 2 : เปรตหอนาฬิกา เรื่องที่ 3 : ห้องสีชมพู
เรื่องที่ 4 ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์ ที่เก่าๆหน่อยลองไปหาดูเอาเองลักษณะห้องน้ำคือประตูอยู่ตรงกลาง เข้าไปแล้วโถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้ากับกระจกส่องหน้า จะอยู่ทางขวารุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมเคยเล่าว่าเคยมีคนเล่าให้ฟังว่า(ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง)ตอนกลางคืนช่วงใกล้สอบไปอ่านหนังสือที่คณะสังคม แล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำนี้ ลุกเข้าห้องน้ำคนเดียว คนอื่นๆก็นั่งอ่านหน้งสืออยู่ คนไปฉี่ก็เข้าไปฉี่ธรรมดาห้องน้ำมีโถฉี่สองอัน อันแรกติประตูอันที่สองอยู่ด้านขวา ข้างในไปอีก เขาบอกว่าตอนจะฉี่ ก็จะฉี่ที่โถแรกเพราะใกล้กว่า แต่ไม่รู้นึกยังไงเลยเดินเลยไปฉี่ที่โถข้างในตอนฉี่ก็ยังไม่มีอะไรแต่ตอนฉี่เสร็จแล้วมองออกไปที่กระจกภาพในกระจกสะท้อนเห็นกำลังมีคนยืนฉี่อยู่ที่โถฉี่อันแรก!(หันหลังให้)นึกว่าตาฝาดเพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจก ก็เห็นเหมือนเดิม? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดี พวกขี้เหล้าทั้งหลายที่ชอบไปกินแถวนั้นก็ระวังหน่อยละกัน
เรื่องที่ 5 สมัยนั้นเวลากลางคืนดอยสุเทพยังไม่ปิดความนิยม(ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร)อย่างหนึ่งก็คือเวลาเมาๆนักศึกษาทั้งหลายมักจะขับรถขึ้นดอยกันขึ้นไปดูเชียงใหม่ทั้งเมือง ตอนกลางคืนมันสวยดี (แต่ดันขับรถตอนเมาไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)วันหนึ่ง นักศึกษาจากคณะวิศวะสองคนเพิ่งเลิกจากกังสดาล(แต่ก่อนร้านนี้ฮิตครับ)ครึ้มๆขึ้นมาก็เลยขับรถเลยจากทางเข้า กะขึ้นดอยไปชมเมืองเล่น คนขับก็ขับไปข้างหลังคนซ้อนก็นั่งไป เมาๆขึ้นมาคนซ้อนก็เลยหลับ(สมัยก่อนแปดสิบเปอร์เซ็นต์นักศึกษาขับแมงกะไซค์ไม่ใช่รถยนต์อย่างทุกวันนี้) ซักพักหนึ่งคนซ้อนก็ตื่น กำลังเข้าโค้งพอดี เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง แต่คนขับก็ขับเลยผ่านไป ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจัด ก็เลยถามคนขับว่า “ทำไมmungไม่จอดรถลงไปถามหน่อยล่ะ เผื่อเขามีปัญหาอะไร?” คนขับ “kuไม่จอดด้วยหรอก คนนี้เขารอโบกทุกโค้งเลย เจอมาหลายโค้งแล้ว เดี๋ยวโค้งหน้าmungกะku ก็เจอเขาอีกแหละ...”
เรื่องที่ 6 : เรื่องพยาบาลในชุดแดงของคณะแพทย์ เห็นเขาเล่าว่ามีนักศึกษาคนนึงของคณะแพทย์อยู่ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก(ไม่แน่ใจว่าเป็น โรงพยาบาลหรือตึกแพทย์คนเล่าไม่ยืนยันแต่2ตึกนี้ก็ใกล้กันนี่กลับเข้าเรื่องต่อ)เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึกก็เลยว่าจะลงลิฟต์มาระหว่างที่รอ เขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆเขาก็หันไปมองเห็นพยาบาลคนนึงเดินมา เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้วระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆอย่างนี้เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายในเพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนี้เลยบอกว่างั้นให้ฉันช่วยนะนักศึกษาคนนี้ก็เลยงง และเริ่มสังเกตว่าคอของผู้หญิงเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆเขาตกใจมากพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์แต่ลิฟต์เหมือนค้างหรืออะไรไม่ทราบ เลือดไหลนองทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่างๆเหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นก็มีคนพบชายคนนี้นอนคาอยู่ทางประตูลิฟต์ที่เปิดปิดอยู่แล้วเขาก็เอาแต่ พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า” พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง”
เรื่องที่ 7 เรื่องมีอยู่ว่า มีเรื่องเล่าว่ามีนักศึกษาหญิงในมหาลัยแห่งหนึ่งแถวรังสิตผูกคอตายในห้องน้ำของตึกเรียนตึกหนึ่ง และหลายคืนแล้วที่มีคน ได้ยินเสียงของนศ.ญ ร้องไห้ หรือพบเห็นเธอเป็นประจำ โดยเฉพาะเห็นเธอในกระจก ในห้องน้ำนั้น..จนกลายเป็นเรื่องเล่าของมหาลัย.. วันนึงมี นศ. ชายกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4กำลังจะเดินกลับหอ คนนึงในกลุ่มก็เกิดคึกอยากลอง แต่อีก 3คนไม่กล้า....คนที่หนึ่งจึงเข้าไปคนเดียวโดยที่เพื่อนๆรออยู่ข้างนอก...นศ.ชายคนนั้นก็ทำเป็นเก่งตะโกนคุยกับเพื่อนข้างนอก... วันนี้ร้อนว่ะเนอะ...” แล้วเค้าก็เอาน้ำล้างหน้าแล้วก็เอาน้ำล้าง
เรื่องที่ 8 อ๊าย...เรื่องลิฟท์แดงนี่เรื่องเล่าเยอะมาก เห็นว่าเมื่อตอนเหตุการณ์เดือนตุลาน่ะค่ะพวกทหารบุกเข้ามาในมหาวิทยาลัย แล้วพอลิฟท์ตัวนี้เปิดพวกมันก็กระหน่ำยิง คนในลิฟท์ซึ่งเป็นอาจารย์และนักศึกษาเสียชีวิตหมด
เรื่องที่ 9 วงเวียนธรณี-ต้องขอโทษคนที่ผ่านทางนี้เป็นประจำ(ผมด้วย)จุดนี้มีเรื่องเยอะจริงๆ เรื่องนี้นานมาแล้วมีนักศึกษาสองคนกินเหล้าเมากันมา พอมาถึงข้างตึกธรณีคนขี่มองไปทางข้างตึกอังกฤษเห็นคนหัวขาดยืนอยู่ ตกใจจึงหยุดรถขยี้ตาดูอีกทีแล้วสะกิดถามเพื่อนๆบอกไม่เห็นอะไร มองอีกทีก็ไม่มีแล้วหันกลับมาข้างหน้ามีลวดเส็นเล็กๆขึงอยู่ระดับคอห่างออกไปเมตรเดียว ถ้าไม่หยุดรถคง.. เรื่องที่ 10 อาคารเรียนรวมแพทย์ มีคนไปอ่านหนังสือกันสองคน พอดึกๆก็ไปซื้อไก่ทอดมากินเสร็จแล้วก็หาที่ล้างมือเจอก้อกน้ำข้างตึกก็ไปล้างมือที่นั่นตอนที่ล้างอยู่เพื่อนอีกคนก็ทำหน้าตกใจมากแต่ยังไม่พูดอะไรคนที่ทำหน้าตกใจรีบจูงมือเพื่อนกลับมาใต้ตึกแล้วถามว่ารู้มั้ยเมื่อกี้เห็นอะไรอีกคนบอกไม่รู้ คนนั้นจึงบอกว่าเห็นผมของอีกคนซึ่งผมยาวชี้ขึ้นมากระจุกหนึ่งเหมือนมีคนจับขึ้นมา รู้ทีหลังว่าตรงนั้นเป็นที่ล้างศพ!
เรื่องที่ 11 แลปฟิสิกส์ -อันนี้ฟังเค้าเล่ามาอีกทีเป็นเรื่องนานมาแล้วเราเองก็มาไม่ทัน เรื่องมีว่าเมื่อก่อนตอนที่ตึกเก้าชั้นวิดยายังไม่ได้สร้างแลปฟิสิกส์ของเด็กปี1 ก็ยังทำที่แลปเก่า(น่าจะเป็นตึกฟิสิกส์)แลปคราวนั้นเป็นแลปเรื่องแสงคนที่เคยเรียนคงรู้ว่าห้องจะมืดเพราะปิดไฟและเป็นแลปมืดจริงๆ เพราะทำช่วงค่ำ นักศึกษาหญิงคนนึงก็เข้าห้องแลปแต่พาร์ทเนอร์แลปยังไม่มา คนอื่นๆก็มากันแล้ว ตรียมอุปกรณ์เสร็จเพื่อนก็มาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จาถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบเหลือบเห็นที่คอมีรอยแผลเป็นทางยาว เธฮจับไหล่เพื่อนถามว่าไปโดนอะไรมาเพื่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น ผู้หญิงร้องกรี้ดแล้ววิ่งออกมาสลบตรงระเบียงฟื้นมามียามกับรุ่นพี่สองสามคน ถามว่าไม่รู้เหรอว่าวันนี้แลปงด เพราะเมื่อเช้ามีนักศึกษาในเซครถคว่ำตาย เพื่อนเลยไปงานศพช่วงค่ำกันหมด สอบถามชื่อได้ความวjาคือพาร์ทเนอร์แลปของเธอนั่นเอง! ส่วนคนที่เจอในห้องแลปทุกคนล้วนแต่ไร้ชีวิต ทางเดินคณะวิดวะ มีคนสี่คนเข้าไปเล่นผีถ้วยแก้วตรงทางเดินยาวตรงข้ามหอ5ชายวันนั้นฝนตกด้วย มีผีผู้ชายเข้ามา พอถามว่าชื่ออะไรไม่ตอบถามว่ามาคนเดียวใช่รึไม่ใช่ก็ตอบว่าไม่ใช่จึงถามต่อว่ามากันเท่าไหร ่เค้าก็ตอบว่าเก้า(ไปเลข9)คนเล่นรู้สึกกลัวขึ้นมาจึงเชิญออกแล้วรีบกลับมาที่หอมีเพื่อนถามว่าไปไหนกันมา ก็บอกว่าไปเล่นผีถ้วยแก้วในคณะวิดวะเพื่อนก็ว่า อ๋อที่ยืนมุงเยอะๆตรงทางเดินน่ะนะ!
อีกเรื่อง ได้ยินมาสดๆร้อนๆ ว่า มีหอๆ หนึ่งที่สร้างเสด ประมาณ 1 ปี กว่าๆ ได้เกิดเหตุการณ์ที่สยดสยองขึ้น ว่า มีนักศึกษา ปี 1 ไม่รู้ว่า คณะไรน่ะ ผูกคอตายที่ระเบียงข้างห้อง ที่มีขวดลวดที่ขึงไว้ที่ระเบียงห้อง เนื่องจากที่ว่า นักศึกษาคนนี้ ได้ ท้องเด็กขึ้นมา จึงทำให้เทอ นั้นคิดไรไม่ถูก และอีกอย่างแฟนก็ทิ้ง ไม่ได้สนใจอะไรเลย เทอคนนั้นจึงได้ตัดสินชีวิตของตนเองโดยการผูกคอตาย จึงทำให้ หอที่ว่าดังกล่าวนั้น ตอนนี้ เฮี้ยนมากๆๆกลางคืนดูหนาวๆเยนๆทั้งๆที่อากาศร้อน และได้ยินเสียงครวญคราง เสียงร้องไห้ ตอนประมาณดึกๆ และหอนี้เป็นหอใหม่ที่มีเหตุการณ์ที่สยองเลยทีเดียว และคนที่อาศัยอยู่หอดังกล่าวก็พากันย้ายออก หรือ ย้ายจากชั้นที่เทอคนนั้นผูกคอตายหมดเลย จึงทำให้ชั้นนั้น เป็นชั้นที่ ว่างผู้คนอาศัยอยู่ และเป็นเรื่อง ล่าสุดที่ได้ยินมาอ่ะคับ....สยองน่าดูชม
November 27 "ชีวิตที่ขาดเธอ">>>>>>>>>>>>>>>>>>>> เมื่อก่อนไม่เคยได้คิด ผิดอะไรไม่เคยจะรู้ไม่ได้ดูเหมือนในสิ่งที่กระทำ ให้ใครบางคนเสียใจจนมาจบตรงการแยกทาง ทุกๆอย่างที่เคยทำไว้ก็ได้กลับมาเตือนย้ำใจให้คิด ว่าฉันนั้นโง่แค่ไหน อยากจะหมุนเวลาให้กลับยังไง ก็ไม่ย้อนมันคืนได้แล้วได้แต่ขอให้เธอได้โปรดอภัยให้กัน ซักครั้งจะยอมได้มั้ย ช่วงชีวิตฉันที่ขาดเธอเหมือนจะตาย หัวใจมันทนไม่ไหวมันคอยแต่มองร้องหาว่าเธออยู่ไหนและเป็นอย่างไรกลับมาหาฉันได้โปรดเธอนะคนดี ต่อจากนี้ที่เคยร้องไห้จะไม่ทำให้เธอต้องช้ำและเสียน้ำตากลับมาเป็นอย่างเดิมได้มั้ยรักกันอย่างเก่า แต่ก่อนไม่เป็นอย่างนี้ อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลอยากให้เธอได้ฟังว่าฉันละอายที่ทำให้เธอเสียใจถ้าไม่จบตรงการแยกทาง ทุกๆอย่างที่เคยทำไว้คงไม่กลับมาเตือนย้ำใจให้คิดว่าฉันนั้นโง่แค่ไหน รู้ว่าแผลที่ฉันนั้นได้ฝากยากจะลบมันไปจากใจแต่ว่าขอได้มั้ย ให้เปนฉันได้มั้ย…ให้ฉันรักษาเธอเอง อยากจะพูดให้รู้ว่ารักเพียงเธอ....คนเดียว <<<<<<<<<<<<<<<< คิดถึงแกเหมือนเดิม..........(=_=")
November 11 Friends
<เพื่อน> คอยเตือนยามเพื่อนพลั้ง คอยฟังยามเพื่อนขอ คอยรอยามเพื่อนสาย
October 06 พวกคุณยิ้มกันแบบไหน"รอยยิ้มแบบของคุณ" คือ การยิ้มเผยมุมปากขึ้นเล็กน้อย คนที่ชอบยิ้มแบบนี้ ว่ากันว่าเป็นคนมีความน่าค้นหาอยู่ในตัว เป็นคนลึกซึ้ง ฉลาดเฉลียว และที่น่ากลัวมากๆ คือคนประเภทนี้ อ่านใจคนเก่ง และถ้าหากให้เค้า หรือเธอโน้มน้าวใจใครสักคน รับรองได้ผลแน่นอน... 2. ยิ้มเม้มปาก : คือ การยิ้มแบบไม่เห็นฟัน เป็นรูปปากเลย คนที่ยิ้มลักษณะนี้ เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากเลยทีเดียว ระมัดระวังตัวกับสิ่งรอบข้าง หรืออาจเรียกว่า เป็นคนขี้ระแวงเอามากๆ รักสันโดษชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่สงบๆ เบื่อง่าย ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นสักเท่าไร และด้วยความที่มีโลกส่วนตัวสูง ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงมาก ส่วนการที่จะทลายกำแพง เพื่อข้ามสะพานแห่งมิตรภาพ ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว คุณก็มั่นใจได้เลยว่า คนที่ยิ้มเม้มปาก จะเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของคุณเลยที่เดียว 3. ยิ้มเยือกเย็น : มีลักษณะเป็นคนน่าเชื่อถือ คนประเภทนี้ไม่ได้เป็นคนที่มั่นใจตัวเองนักหรอก แต่คนส่วนมาก จะเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม และเป็นนักประนีประนอม 4. ยิ้มยั่วยวน : มักพบในบทบาทการแสดง หรือตามนิตยสารแฟชั่นต่างๆ แต่ในชีวิตจริง ถ้าคุณยิ้มแบบนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนช่างฝัน และ หลงใหลในเรื่องของศิลปะมากๆเลย 5. ยิ้มตาหยี : เป็นยิ้มที่ดูน่ารัก... น่าหยิก...คนที่ยิ้มลักษณะนี้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม มีอารมณ์ขันชนิดที่เรียกว่า เส้นตื้นเอามากๆ เป็นคนร่าเริง สดใส เฮฮา ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร มีเพื่อนฝูงมาก ใครที่ได้อยู่ใกล้เป็นต้องชอบ และเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งวัน 6. ยิ้มเปิดเผย :
เพราะคุณ เป็นคนที่คอยสร้างสีสัน ให้กับคนรอบข้างได้อย่างดีทีเดียว
October 05 เกรด...!!!
เกรด A-F ไม่ใช่ว่า A คือเก่งที่สุดหรอก มันมีที่มาอยู่ว่า A = animal สมองน้อย B = basic ก็แค่พื้นๆ C = common ธรรมดา งั้นๆ D = diligent ฉลาด หลักแหลม F = fever เก่งจนเกิดกระแสความดัง อันเกรด A เขาว่าเหมือนเช่นสัดว์ วันๆฟัดแต่ตำราน่าอดสู A Animal สมองน้อยหงอยน่าดู สงสัยครู ให้ได้ไง ไม่ค่อยเจอ B Basic ใครๆก็ทำได้ เพราะมันง่ายกันไปจนน่าขำ คนว่า"เบ" เกินไปเลยไม่ทำ กลัวตอกย้ำความเบสิกสะกิดใจ > C Common แบบนี้สิใช้ได้ คนทั่วไปยอมรับและนับถือเกรดแบบนี้ได้มาเรียก "ฝีมือ" แต่ก็ถือว่ายังอ่อนเกินไป D Deligent เกรดสุดฮิตของคนขยัน ฟิตทั้งวันแต่เลคเชอร์ไม่เคยสน conc. วิชา จีบสาว ม่อเกินทน สุดยอดคน นายเยี่ยมมาก พูดจากใจ เกรดใดๆไม่เท่า F Fever ได้กันเกร่อรู้ทั่วถึงไหนๆ ใครได้มา ก็ Fever น่าชื่นใจ แล้วค่อยไป เรียนซัมเมอร์ ด้วยกันเอย…..เหอๆ
September 28 ###(Full) : กรูกะเมิง : ###กรูกะเมิง
...ไหล่ของกรู
September 20 @"ตายแล้วไปไหนดี ฉบับเต็ม จากเรื่องจริงที่น่าอ่าน"@เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง
September 12 ครั้งแรกของเรา...จิงๆน่ะ###ครั้งแรกของเรา###
>>>>>>>>>มันเป็นครั้งแรกของเราในขณะที่เรานอนหงาย
August 11 แพ้กลางคืน : กุชอบว่ะแพ้กลางคืน Potato
ดึกแล้ว ไล่ตัวเองให้ไปนอน หยุดยอกย้อนตัวเองสักที.....ฟุ้งซ่านทำไม ดึกแล้ว เดี๋ยวก็ชินก็ผ่านไป แค่นอนเหงาเดียวดายไม่มีเธอ.....เหมือนเดิม เปลี่ยนจากกลางวันกลายเป็นอีกคนไปเลย แค่ฟ้ามืดลง.....เท่านั้น อวดเก่งทำเป็นเข้มแข็งอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้านทานไม่ไหว เก่งนักใช่มั้ย กลางวันทำเป็นเก่งนัก แล้วทำไมไม่พัก แล้วทำไมไม่นอน เก่งนักใช่มั้ย แล้วทำไมต้องเหงา แล้วทำไมต้องทุกข์ทน คิดกังวลมากมาย เก่งจริงต้องไม่เป็นอะไร แต่ทำไมแพ้กลางคืนอย่างนี้ ไม่รู้ ว่าทำไมต้องอ่อนแอ แค่ยอมรับในความเปลี่ยนแปลง.....แค่ไม่มีใคร อย่าฝืน ไม่ให้ใจมืดตามไป แต่ไม่รู้ ทำไมแพ้กลางคืนทุกที
August 03 คนที่...ต้องการคนที่ต้องการ...
หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า.. "คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"
ฉันคงตอบว่า... "แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"
ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้
บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้ คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้
เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า
** แต่ที่สำคัญ คือ ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว
ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย
แต่ถ้าไม่ใช่... คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า.. ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า
|
|
|